Sunday, March 15, 2009

สำหรับสอบไทยวันจันทร์ที่ ๑๖ มีนาคมนี้

คำสันธาน
คำสันธานคือคำเชื่อมระหว่างประโยค
๑. ประโยคความรวมประเภทคล้อยตาม หมายถึง ประโยคที่มีเนื้อหาไปในทิศทางเดียวกัน เนื้อหาสอดคล้องคล้อยตามกัน มักจะใช้คำสันธานว่า “และ...ก็ และ พอ...ก็ ทั้งนี้ ฯลฯ” เช่น
ก. ฉันและพี่จะไปกินไอศกรีม
ข. พอทุกคนเลิกเรียน ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
ค. เปิดประตูแล้วก็อย่าลืมปิด
๒. ประโยคความรวมประเภทเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หมายถึง ประโยคที่มีเนื้อหาให้เลือกอย่างหนึ่ง มักจะมีคำสันธานว่า “หรือ หรือ...ไม่ หรือ...ไม่...ก็ มิฉะนั้น ฯลฯ” เช่น
ก. ฉันจะไปทะเลหรือไม่ก็ไปน้ำตก
ข. ฉันจะเรียนภาษาไทยหรือไม่ก็คณิตศาสตร์
ค. เธอต้องไปขอโทษครู มิฉะนั้น เธออาจสอบตก
๓. ประโยคความรวมประเภทขัดแย้ง หมายถึง ประโยคที่มีเนื้อหาขัดแย้ง มักจะมีคำสันธานว่า “แต่ ทว่า ทั้งที่...ก็ กว่า...ก็ ฯลฯ” เช่น
ก. กว่าเธอจะมารถไฟก็ออกไปนานแล้ว
ข. ฉันจะไปทะเลแต่พ่อจะไปวัด
ค. เขาจะกินข้าวต้มทว่าพี่เขาจะกินข้าวสวย
๔. ประโยคความรวมประเภทเหตุผล เป็นประโยคที่ประกอบไปด้วย ๒ ส่วน คือ ส่วนเหตุและส่วนผล มักจะมีคำสันธานว่า “เพราะ...จึง เพราะฉะนั้น...จึง” เช่น
ก. เพราะเขาไม่อ่านหนังสือจึงสอบตก
ข. เกิดอุบัติเหตุบ่อยบนท้องถนน เพราะฉะนั้นตำรวจจึงพยายามหาทางแก้ไข
๕. ประโยคความรวมประเภทแสดงเงื่อนไข เป็นประโยคที่มีองค์ประกอบ ๒ ส่วน คือ ส่วนเงื่อนไขและส่วนผล มักจะใช้คำสันธานว่า “ถ้า หาก” เช่น
ก. ถ้าเธอง้อฉัน ฉันจะยอมคืนดี
ข. แม่ดีใจมาก หากลูกตั้งใจเรียน

คำบุพบท
๑. บุพบทแสดงความเป็นเจ้าของ “แห่ง ของ”
๒. บุพบทแสดงความเกี่ยวข้อง (สัมพันธ์) “แก่ แด่ ให้ สำหรับ เพื่อ”
๓. บุพบทแสดงเวลา “ตั้งแต่ จนกระทั่ง เมื่อ ตอน”
๔. บุพบทแสดงสถานที่ “ใกล้ ไกล ล่าง บน ใต้ ที่ ฯลฯ”
๕. บุพบทแสดงเครื่องใช้ “ด้วย โดย กับ”

คำอุทาน
๑. คำอุทานบอกอาการ มักจะมีเครื่องหมาย (!)อัศเจรีย์/ตกใจ เช่น โว้ย! อุ๊ย! ฯลฯ
๒. คำอุทานเสริมบทต้องไม่มี ! ต้องคล้องจอง เช่น ปากกุงปากกา เผ้าผม พยาบงพยาบาล กงเกิน ฟืนไฟ หนังสือหนังหา ฯลฯ

1 comment:

Anonymous said...

thank